ระบบคล งข อม ลเพ อว เคราะห ยอดการจาหน ายป ย นายเด มพ นธ แพแสง การศ กษาโครงการเฉพาะเร องน เป นส วนหน งของการศ กษาตามหล กส ตร ปร ญญาว ทยาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาเทคโนโลย สารสนเทศ คณะเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย พระจอมเกล าธนบ ร พ.ศ. 2556
ระบบคล งข อม ลเพ อว เคราะห ยอดการจาหน ายป ย นายเด มพ นธ แพแสง วท.บ. (สถ ต ประย กต ) การศ กษาโครงการเฉพาะเร องน เป นส วนหน งของการศ กษาตามหล กส ตร ปร ญญาว ทยาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาเทคโนโลย สารสนเทศ คณะเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย พระจอมเกล าธนบ ร พ.ศ. 2556 คณะกรรมการการศ กษาโครงการเฉพาะเร อง (ผศ. ดร.พรช ย มงคลนาม) (อาจารย สน ท ศ ร สว สด ว ฒนา) (รศ. ดร.ว เช ยร ช ต มาสก ล) ประธานกรรมการการศ กษาโครงการเฉพาะเร อง กรรมการและอาจารย ท ปร กษาร วม กรรมการ ล ขส ทธ ของมหาว ทยาล ยเทคโนโลย พระจอมเกล าธนบ ร
ข ห วข อการศ กษาโครงการเฉพาะเร อง ระบบคล งข อม ลเพ อว เคราะห ยอดการจาหน ายป ย หน วยก ต 3 ผ เข ยน นายเด มพ นธ แพแสง อาจารย ท ปร กษา ผศ.ดร.พรช ย มงคลนาม อาจารย สน ท ศ ร สว สด ว ฒนา หล กส ตร ว ทยาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชา เทคโนโลย สารสนเทศ คณะ เทคโนโลย สารสนเทศ พ.ศ. 2556 บทค ดย อ การศ กษาโครงการเฉพาะเร องน ได ศ กษาเก ยวก บการพ ฒนาระบบคล งข อม ลการจ าหน ายป ย โดยใช เทคน คการประมวลผลเช งว เคราะห แบบออนไลน (OLAP) และม การน าเสนอข อม ลในร ปของ ล กบาศก (Cube) โดยแปลงข อม ลจากงานขายประจ าว น ไปจ ดเก บในคล งข อม ลเพ อให เจ าของก จการ สามารถเร ยกด ข อม ลในม มมองต าง ๆ ได อย างรวดเร ว และม ประส ทธ ภาพโดยน าเสนอรายงานใน ร ปแบบสเปรดช ตในโปรแกรมส าเร จร ปไมโครซอฟท เอกซ เซล เพ อให เจ าของก จการสามารถเร ยก ข อม ลในม มมองล กค า ปร มาณการขาย ต นท น และแหล งกระจายส นค าเพ อใช ส าหร บสน บสน นการ ต ดส นใจ ซ งเจ าของก จการสามารถเร ยกข อม ลย อนหล งเพ อเปร ยบเท ยบ หร อหาแนวโน มของข อม ล สาหร บการประกอบการต ดส นใจในการลงท นหร อขยายก จการเพ มข น คาสาค ญ: การประมวลผลเช งว เคราะห แบบออนไลน / คล งข อม ล / ป ย
ค สารบ ญ หน า บทค ดย อภาษาไทย สารบ ญ รายการตารางประกอบ รายการร ปประกอบ ข ค จ ฉ บทท 1. บทนา 1 1.1 ความเป นมาและความสาค ญของป ญหา 1 1.2 ว ตถ ประสงค ของการศ กษา 1 1.3 ขอบเขตการศ กษา 2 1.4 ประโยชน ท ได ร บ 2 1.5 น ยามศ พท เฉพาะ 2 2. ทฤษฎ ท เก ยวข อง 3 2.1 คาจาก ดความและล กษณะสาค ญของคล งข อม ล 3 2.2 ล กษณะสาค ญของคล งข อม ล 3 2.3 หล กการการประมวลผลเช งว เคราะห แบบออนไลน (OLAP) 4 2.4 ประเภททางานของ OLAP 4 2.5 การดาเน นของ OLAP 5 2.6 แนวทางในการพ ฒนาคล งข อม ล 6 2.7 แบบจาลองข อม ลของระบบคล งข อม ล 6 3. ระเบ ยบว ธ การพ ฒนา 8 3.1 ข นตอนการทางานของระบบเด ม 8 3.2 แผนผ งความส มพ นธ ของข อม ล (ER Diagram) 10 3.3 คาอธ บายตารางในแผนผ งความส มพ นธ ของตารางข อม ล 11 3.4 การออกแบบและพ ฒนาระบบคล งข อม ล 11 3.5 แบบจาลองข อม ลแบบดาวของระบบคล งข อม ล 11 3.6 คาอธ บายรายละเอ ยดของแต ละม มมองและตารางความจร ง 12
ง สารบ ญ (ต อ) 3.7 การพ ฒนาระบบคล งข อม ล 14 3.8 โปรแกรมสาหร บนาข อม ลเข าส ระบบคล งข อม ล 19 3.9 รายละเอ ยดของโปรเซสโฟลว (Process Flow) 21 3.10 คอมพ วเตอร ท ใช พ ฒนาระบบคล งข อม ล 22 4. ผลการพ ฒนา 23 4.1 รายงานการว เคราะห ยอดการจาหน ายป ยของร านจาหน ายขนาดกลางแห งหน ง 23 โดยเปร ยบเท ยบก บส ดส วนในป 2011 และ ป 2012 4.2 รายงานการว เคราะห ยอดการจาหน ายป ยของร านจาหน ายป ยขนาดกลางแห งหน ง 26 ตามม มมองส นค า ล กค า และเวลา 4.3 รายงานจานวนป ยท ผ แทนจาหน ายส งเข าภายในร านจ าหน ายป ย ต นท น 28 และยอดจาหน ายตามม มมองเวลาป 2011 และ ป 2012 5. สร ปและข อเสนอแนะ 31 5.1 สร ป 31 5.2 ข อเสนอแนะ 31 เอกสารอ างอ ง 32 ภาคผนวก ก พจนาน กรมข อม ล 33 ประว ต ผ จ ดทา 36 หน า
ฉ รายการตารางประกอบ ตาราง หน า 3.1 โครงสร างของฐานข อม ลและคาอธ บาย 11 3.2 ม มมองของส นค า ผ แทนจาหน าย ล กค า และเวลา 12 3.3 ข อม ลของคล งข อม ล 13 3.4 ม มมองของผล ตภ ณฑ (Product Dimension) 13 35. ม มมองของผ แทนจาหน าย (Seller Dimension) 13 3.6 ม มมองของล กค า (Customer Dimension) 13 3.7 ม มมองของเวลา (Time Dimension) 14 3.8 ตารางความจร ง (Fact Table) 14 3.9 คอมพ วเตอร สาหร บการพ ฒนาระบบคล งข อม ล 23 3.10 ซอฟต แวร สาหร บการพ ฒนาระบบคล งข อม ล 23 ก.1 ล กค า (Customer) 33 ก.2 ประเภทส นค า (ProductType) 33 ก.3 ส นค า (Product) 34 ก.4 คล งส นค า (Inventory) 34 ก.5 ใบเสร จ (Invoice) 34 ก.6 รายละเอ ยดการขาย (SaleDtl) 35 ก.7 ผ แทนจาหน าย (Seller) 35 ก.8 ประเภทผ แทนจาหน าย (SellerType) 35
ช รายการร ปประกอบ ร ป หน า 2.1 ประเภทการทางานของ OLAP 4 2.2 การออกแบบและการพ ฒนาคล งข อม ลแบบบนลงล าง 6 2.3 การออกแบบและการพ ฒนาคล งข อม ลแบบล างข นบน 6 2.4 ข อม ลเช งม มมองของเวลา และร านค า 7 2.5 องค ประกอบของแกนม มมองโมเดล 7 3.1 การทางานของระบบเด ม 8 3.2 แผนผ งความส มพ นธ ของตารางข อม ล 10 3.3 โครงสร างแบบดวงดาว 12 3.4 การจ ดเก บเป นล กษณะของโมแลป 14 3.5 ข อม ลแอททร บ วของม มมองส นค า 15 3.6 ข อม ลระด บของม มมองส นค า 16 3.7 ข อม ลแอททร บ วของม มมองผ แทนจาหน าย 16 3.8 ข อม ลระด บของม มมองผ แทนจาหน าย 16 3.9 ข อม ลแอททร บ วของม มมองล กค า 17 3.10 ข อม ลระด บของม มมองล กค า 17 3.11 ข อม ลแอททร บ วของม มมองเวลา 17 3.12 ข อม ลระด บของม มมองเวลา 18 3.13 ตารางความจร งและระด บล างส ดแต ละม มมอง 18 3.14 ต วช ว ดในตารางค าความจร ง 19 3.15 การแมปป งข อม ลเข าส ตารางม มมอง PRODUCT 19 3.16 การแมปป งข อม ลเข าส ตารางม มมอง SELLER 20 3.17 การแมปป งข อม ลเข าส ตารางม มมอง CUSTOMER 20 3.18 การแมปป งข อม ลเข าส ตารางความจร ง 21 3.19 โมด ลโปรเซสโฟลว ของระบบคล งส นค า 21
ซ รายการร ปประกอบ (ต อ) 4.1 ตารางแสดงส ดส วนการจ าหน ายป ยประเภทต าง ๆ เปร ยบเท ยบระหว าง 23 ป 2011 และป 2012 4.2 แผนภ ม แสดงส ดส วนการจาหน ายป ยประเภทต าง ๆ เปร ยบเท ยบระหว าง 23 ป 2011 ก บ ป 2012 4.3 ตารางแสดงปร มาณยอดการจาหน ายป ยป 2011 แยกตามม มมองของส นค า 26 ผ แทนจาหน ายและล กค า ระด บอาเภอ 5 ลาด บแรกท ม ยอดจาหน ายส งส ด 4.4 แผนภ ม แสดงยอดการจาหน ายป ยระด บอาเภอ 5 อ นด บส งส ดในม มมองของส นค า 27 ผ ผล ต และล กค า ป 2011 4.5 ตารางแสดงปร มาณยอดการจาหน ายป ยป 2012 แยกตามม มมองของส นค า 28 ผ แทนจาหน ายและล กค า ระด บอาเภอ 5 ลาด บแรกท ม ยอดจาหน ายส งส ด 4.6 แผนภ ม แสดงปร มาณยอดการจาหน ายป ยระด บอาเภอ 5 อ นด บส งส ดในม มมองของส นค า 29 ผ แทนจาหน าย และล กค า ป 2012 4.7 ตารางแสดงการว เคราะห ต นท น ยอดจาหน าย ผลกาไร และเปอร เซนต ของผลกาไร 30 ของร านจาหน ายป ยขนาดกลางแห งหน ง ระหว างป 2011 ก บ ป 2012 4.8 แผนภ ม แสดงม ลค าการส งป ยจากผ แทนจาหน าย ยอดจ าหน าย และผลกาไรป 2011 31 4.9 แผนภ ม แสดงม ลค าการส งป ยจากผ แทนจาหน าย ยอดจ าหน าย และผลกาไรป 2012 31 หน า
1 บทท 1 บทนา ส าหร บการพ ฒนาคล งข อม ลการจ าหน ายผล ตภ ณฑ ป ย ผ พ ฒนาได ศ กษาและว เคราะห ป ญหาของ ระบบ เพ อจ ดทาว ตถ ประสงค ก าหนดขอบเขต และประโยชน ท ได ร บจากการพ ฒนาระบบคล งข อม ล เพ อสร างระบบคล งข อม ลท ม ประส ทธ ภาพ 1.1 ความเป นมาและความสาค ญของป ญหา ร านจ าหน ายผล ตภ ณฑ ป ย ด าเน นธ รก จจ าหน ายป ยให ก บเกษตรกรท วไป ร านแห งน ได จ ดเก บข อม ล ผ แทนจาหน าย ล กค า ส นค า และการขาย บนสเปรดช ตในโปรแกรมส าเร จร ปไมโครซอฟท เอกซ เซล เพ อบ นท กยอดจ าหน ายในแต ละว น ซ งเป นข อม ลท งในส วนท เก ยวข องและไม เก ยวข อง ไม เป น ระเบ ยบ และข อม ลม จานวนมากทาให ยากต อการนามาใช งานและส บค น สาหร บการวางแผนการขาย ท ผ านมาทางร านได ใช การประมาณการขายจากประสบการณ โดยไม น าข อม ลท ม อย มาประกอบการ ต ดส นใจในการส งส นค า ท าให เจ าของก จการต องเส ยค าใช จ ายส วนท ไม จ าเป นในการเก บร กษาป ย จ านวนมากให อย ในสภาพท ด พร อมจ าหน าย ด งน นถ าหากทางร านเก บส นค าม ปร มาณเก นความ ต องการ หร อส งส นค าไม เพ ยงพอก บความต องการ ท าให ธ รก จส ญเส ยโอกาสการสร างก าไร ด งน น ผ พ ฒนาจ งได นาข อม ลการจาหน ายป ยพ ฒนาเป นระบบคล งข อม ลเพ อว เคราะห การจ าหน ายป ย และน า ผลมาสน บสน นการต ดส นใจในการดาเน นธ รก จและวางแผนทางดาเน นการทางธ รก จ 1.2 ว ตถ ประสงค ของการศ กษาโครงการเฉพาะเร อง ว ตถ ประสงค สาหร บการพ ฒนาระบบคล งข อม ล กรณ ศ กษาระบบคล งของข อม ลร านจาหน ายป ย ขนาดกลางแห งหน ง เพ อนาข อม ลมาว เคราะห ยอดการจาหน ายป ยด งต อไปน 1. เพ อสร างคล งของข อม ลสาหร บว เคราะห ข อม ลของการจาหน ายป ย 2. เพ อรายงานยอดเง นรวม ต นท น และจานวนส นค าท นาเข าร านของแต ละผ แทนจาหน าย 3. เพ อรายงานยอดเง นรวม ต นท น และจานวนส นค าท ขายให ก บล กค าแต ละส วน 4. เพ อรายงานยอดเง นรวม ต นท น และจานวนส นค าท ขายได ในแต ละช วงเวลา 5. เพ อนาเสนอข อม ลสาหร บ สน บสน นการต ดส นใจในหลายม มมอง โดยผ านโปรแกรมสาเร จร ป ไมโครซอฟท เอกซ เซล
2 1.3 ขอบเขตของการศ กษาโครงการเฉพาะเร อง ขอบเขตของโครงการศ กษาเฉพาะเร องการออกแบบโครงสร างคล งข อม ล ของระบบคล งข อม ลเพ อ ว เคราะห ยอดการจาหน ายป ยของร านจาหน ายผล ตภ ณฑ ป ยขนาดกลางแห งหน ง ม ด งน 1. ส วนของการนาเข าข อม ล - การนาเข าข อม ลของร านค า จากสเปรดช ตในโปรแกรมสาเร จร ปไมโครซอฟท เอกซ เซล 2. ส วนการประมวลผล - การประมวลผลยอดจาหน ายในม มมองของยอดการจาหน ายป ยให ก บล กค า ยอดสร ปการจาหน าย ป ยแยกตามแต ละอาเภอ ยอดจาหน ายแต ละช วงเวลากาไรของส นค าแต ละประเภท 3. ส วนการแสดงผล - การแสดงรายงานสร ปข อม ลของยอดจาหน าย ยอดจานวนท จาหน าย ยอดจาหน ายของแต ละ ผ แทนจาหน ายในม มมองผล ตภ ณฑ ผ แทนจาหน าย ล กค า และเวลา 1.4 ประโยชน ท ได ร บจากการศ กษาโครงการเฉพาะเร อง 1. ทาให ทราบถ งผลการว เคราะห ข อม ลจากคล งข อม ลเพ อนามาสน บสน นการต ดส นใจใน การดาเน นก จการได 2. ทาให ทราบถ งผลปร มาณยอดการจาหน ายป ยแต ะละประเภทได 3. ทาให ทราบถ งผลยอดการส งส นค าจากร านผ แทนจาหน ายแต ละรายได 4. ทาให ทราบถ งแต ละช วงเวลาสามารถยอดการซ อ ราคาจาหน าย และกาไรของแต ละประเภทได 5. นาข อม ลในระบบคล งข อม ลมาสน บสน นการต ดส นใจ ลดความเส ยงในการส งส นค าเก น ปร มาณท ต องการ เพ อให เจ าของก จการสามารถทาไรได มากข น 1.5 น ยามศ พท เฉพาะ 1. ป ยอ นทร ค อ ป ยท ได จากอ นทร ย ว ตถ ซ งผล ตด วยกรรมว ธ ทาให ช น ส บ บด หม ก ร อน หร อว ธ การอ น ๆ ท ไม ใช ป ยเคม [1] 2. ป ยเคม ค อ ป ยท ได จากสารอ นทร ย และอน นทร ย ส งเคราะห โดยม ธาต อาหารหล ก ค อ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอร ส (P) และโพแทสเซ ยม (K) ซ งได มาจากกระบวนการกล นน าม นป โตรเล ยม และมาทาปฏ กร ยา ก บกรดต าง ๆ โดยผ านกระบวนการทางเคม ก จะได ธาต อาหารหล ก [1]
3 บทท 2 ทฤษฎ ท เก ยวข อง ในการศ กษาทฤษฎ คล งข อม ลจากหน งส อ ส งพ มพ และเอกสารทางว ชาการ เพ อใช การออกแบบระบบ คล งข อม ล และกระบวนการพ ฒนาระบบคล งข อม ล เพ อสน บสน นการต ดส นใจทางธ รก จของก จการ ร านจาหน ายป ย สามารถสร ปรวมใจความสาค ญได ด งน 2.1 คาจาก ดความและล กษณะสาค ญของคล งข อม ล คล งข อม ล ค อ ระบบข อม ลขนาดใหญ ท ให ผ ใช งานสามารถใช ข อม ลอย างม ประส ทธ ภาพ ข อม ลท จ ดเก บในคล งข อม ลต องม ปร มาณเพ ยงพอ และม ค ณภาพ เพ อใช สาหร บนาไปว เคราะห และหาค าตอบ ท เหมาะสมทางธ รก จ เพราะฉะน นการจ ดเก บข อม ลต องเอ ออ านวยต อการใช ข อม ลไปใช ใน เช งเว เคราะห โดยง าย รวดเร ว และไม ย งยากซ บซ อน [2] 2.2 ล กษณะสาค ญของคล งข อม ล ค ณล กษณะเฉพาะท ทาให ระบบคล งข อม ลแตกต างจากระบบฐานข อม ลท วไปด งน [2] 1. การแบ งโครงสร างตามเน อหา (Subject Oriented) คล งข อม ลจะรวบรวมข อม ลระด บปฏ บ ต การ ในส วนท ม เน อท ต องการใช งาน แต ไม เก บข อม ลท ไม เก ยวข อง เพ อน ามาประมวลผลส าหร บการ สน บสน นการต ดส นใจ 2. การรวมเป นหน งเด ยว (Integration) การรวบรวมข อม ลจากหลายแหล ง หร อหลายระบบปฏ บ ต การ มารวมเป นหน งเด ยว และทาให ข อม ลม มาตรฐานเด ยวก น เพ อลดการซ าซ อนของข อม ล 3. ความส มพ นธ ก บเวลา (Time-variant) ข อม ลในคล งข อม ลจะเก บข อม ลในช วงเวลา เพ อน าข อม ล มาว เคราะห เปร ยบเท ยบในแต ละช วงเวลา 4. ความเสถ ยรของข อม ล (Non-volatile) คล งข อม ลจะต องม ความเสถ ยร ม การเปล ยนแปลงของ ข อม ลน อย หร ออาจเพ มเต มบางรายการ เพราะข อม ลจะต องใช ในการเปร ยบเท ยบในแต ละ ช วงเวลา ซ งแตกต างจากระบบฐานข อม ลปฏ บ ต การจะเก บข อม ลการใช งานประจ าว นม การ เปล ยนแปลงอย ตลอดเวลา
4 2.3 หล กการการประมวลผลเช งว เคราะห แบบออนไลน (OLAP) OLAP เป นเคร องม อท ออกแบบมาใช ส าหร บด งข อม ล จากคล งข อม ลมาน าเสนอข อม ลในหลาย ๆ ม มมอง เพ อช วยสน บสน นการต ดส นใจทางธ รก จ ท ผ ใช งานสนใจ ซ งได ร บการออกแบบมาส าหร บ ผ ใช ในระด บผ บร หารหร อหน วยงานต าง ๆ ในองค กร โครงสร างข อม ลแบบ OLAP น นเป นแบบ ล าด บข น (Hierarchy) ท าให ผ ใช งานเข าใจภาพรวมขององค กรได ง าย และส าหร บฟ งก ช น OLAP น น สน บสน นการการว เคราะห และเจาะล กข อม ลท ม ความซ บซ อน ซ งท าให สามารถสร ปข อม ล และ น ามาเปร ยบเท ยบข อม ลในหลาย ๆ ม มมอง เพ อน าเสนอข อม ลตามร ปแบบท ผ ใช ต องการ OLAP ท สามารถเร ยกใช ได ม 3 ประเภท [3] ค อ 1. ฐานข อม ลเช งส มพ นธ (Relational Database) ม โครงสร างฐานข อม ลแบบร ปดาวหร อแบบเกล ด ห มะสาหร บจ ดเก บข อม ลโดยท วไป 2. ฐานข อม ลหลายม ต (Multidimensional Database) ม โครงสร างฐานข อม ลท จ ดเก บในร ปแบบ อาร เรย ซ งจะให อน ญาตให ผ ใช สามารถเข าไปเข ยนข อม ลคร งละหน งคนเท าน น แต สามารถเข าไป อ านข อม ลได คร งละหลาย ๆ คน 3. ข อม ลท เก บบนไคลเอนต (Client) ในร ปแบบของไฟล (Client-based Files) ซ งล กษณะการเก บ ประเภทน ข อม ลจะม ขนาดเล ก และอน ญาตให ผ ใช ด งข อม ลบางส วนออกมาท าการประมวลผล เพ อนามาสร างคาส งแบบกระจายได 2.4 ประเภทการทางานของ OLAP ในการทางานของ OLAP ร วมก บฐานข อม ลชน ดต าง ๆ น นสามารถแยกการทางานของ OLAP ด งแสดงในร ปท 2.1 ร ปท 2.1 ประเภทการทางานของ OLAP [3]
5 จากร ปท 2.1 สามารถอธ บายประเภทการทางานของ OLAP ได ด งน [3] [5] 1. โมแลป (Multidimensional Online Analytical Processing: MOLAP) เป นซอฟต แวร สาหร บด ง ข อม ลจากคล งข อม ลนามาเก บในร ปแบบอาร เรย (Array) การทางานแบบโมแลปเหมาะสาหร บ ฐานข อม ลขนาดเล กและม การทางานรวดเร วกว าโรแลป 2. โรแลป (Relational Online Analytical Processing: ROLAP) เป นซอฟต แวร สาหร บด งข อม ลจาก ฐานข อม ลแบบเช งส มพ นธ เหมาะก บฐานข อม ลขนาดใหญ ซ งม ความสามารถในการค นหาข อม ล อย างม ประส ทธ ภาพ ทาให สามารถว เคราะห ข อม ลทางธ รก จและการเร ยกด ข อม ลเฉพาะท สนใจได ด กว าแบบโมแลป 2.5 การดาเน นการก บ OLAP การดาเน นการก บ OLAP เป นกระบวนการประมวลผล เพ อให ผ ใช สามารถว เคราะห ข อม ลใน ม มมองต าง ๆ ซ ง OLAP ม ความสามารถในการว เคราะห ข อม ลได หลายร ปแบบด งน 1. โรลอ พ (Roll Up) การเปล ยนแปลงระด บความละเอ ยดในการด ข อม ลให เป นภาพรวมได 2. ดร วดาว (Drill Down) การเพ มความละเอ ยดจากภาพรวมของข อม ลจนสามารถเล อกใช ข อม ลเฉพาะส วนได 3. สไลซ (Slice) การแยกผลล พธ ออกเป นส วน เพ อใช พ จารณาข อม ลเฉพาะส วนท สนใจ 4. ไดซ (Dice) การเปล ยนม มมอง ให ตรงก บความต องการใช งาน 5. ไพวอท (Pivot) แสดงข อม ลในล กษณะเป นล กบาศก (Cube) ทาให แสดงข อม ลจากได หลายม มมอง 6. ดร วแอคเซส (Drill Access) เป นการเจาะล กข อม ล ลงไปมากกว าหน งตารางข อม ลจร ง 7. ดร วทร (Drill Through) เป นการเจาะลงไปในระด บต าท ส ด โดยส งไปย งฐานข อม ลท เป นแหล งท มา ของข อม ล 2.6 แนวทางในการพ ฒนาคล งข อม ล การพ ฒนาคล งข อม ลม 2 ว ธ [3] [4] 1. พ ฒนาคล งข อม ลแบบบนลงล าง (Top-Down) เป นโมเดลท ว เคราะห ข อม ลขององค กรท งหมด และ ออกแบบแยกเป นข อม ลเป นส วน ๆ ให เหมาะสมก บผ ใช จ งทาให ข อม ลม การแก ไขเล กน อยเพราะ ม การเช อมโยงจากข อม ลท งหมด โดยแต ละส วนสามารถเร ยกมาใช งานได แต การพ ฒนาด วยว ธ น ใช เวลาและต นท นการพ ฒนาส ง ด งแสดงในร ปท 2.2
6 ร ปท 2.2 การออกแบบและการพ ฒนาคล งข อม ลแบบบนลงล าง [5] 2. พ ฒนาคล งข อม ลแบบล างข นบน (Bottom-Up) เป นการว เคราะห และออกแบบในล กษณะการนา ข อม ลเข าดาต ามาร ตท ละส วน แล วนามารวมเป นคล งข อม ลขององค กรในภายหล ง การออกแบบ ล กษณะน ทาให ข อม ลไม ม ความซ บซ อนมาก ใช เวลาและต นท นในการทางานน อย ทาให ผ ใช งาน แต ละดาต ามาร ต สามารถเร ยกใช ได ท นท โดยไม ต องรอให ครบท กดาต ามาร ต ด งแสดงในร ปท 2.3 ร ปท 2.3 การออกแบบและการพ ฒนาคล งข อม ลแบบล างข นบน [5] 2.7 แบบจาลองข อม ลของระบบคล งข อม ล แบบจาลองข อม ลเช งม ต (Dimensional Model) ประกอบด วยหล กการ [3] ด งน 1. ต วช ว ด (Measures) ค อ ข อม ลท ใช เพ อว ดท งในเช งปร มาณ และเช งค ณภาพของส งท จะว ด ในโครงการเช น ยอดขายรวม กาไร และผลผล ตรวม 2. ม ต (Dimension) ค อ ข อม ลท เป นม มมองสาหร บแต ละต วช ว ด เพ อใช ประโยชน ในการว เคราะห ข อม ลด งแสดงในร ปท 2.4
7 ร ปท 2.4 ข อม ลเช งม มมองของเวลา และร านค า 3. ค าความจร ง (Facts) ค อ ช ดข อม ลท สนใจโดยการนาของค าท เก ดจากการนาค าแกนม ต จ บค ก บ ต วช ว ด เพ อให ได ค าหน งท ว ดได ร ปท 2.5 องค ประกอบของแกนม ต โมเดล ร ปท 2.5 แสดงโครงสร างของแกนม ต โมเดล โดยน าค ย ของแต ละตารางแกนม ต เก บไว ท ตาราง ความจร ง (Fact Table) และม ต วช ว ด (Measure) ค อ ปร มาณ จ านวนคอล มน ตารางความจร งโดย ต วช ว ดจะแสดงค าท ถ กว เคราะห
8 บทท 3 ระเบ ยบว ธ การพ ฒนา การพ ฒนาเร มจากการเก บรวบรวมข อม ล และล าด บการท างานของร านจ าหน ายป ย และน าข อม ลท ได มาว เคราะห ออกแบบ ระบบคล งข อม ล และรายงานผล เพ อให เจ าของก จการสามารถน ามา สน บสน นการต ดส นใจ หร อวางแผนทางธ รก จ 3.1 ข นตอนการทางานของระบบเด ม ร ปท 3.1 การทางานของระบบเด ม แสดงการทางานระบบเด มสามารถอธ บายข นตอนการทางานด งแสดงในร ปท 3.1 ได ด งน 1. ส งผล ตภ ณฑ ป ยจากผ แทนจาหน ายเพ อเก บในคล งส นค าเพ อรอการจาหน าย 2. ระบบการจาหน าย - เจ าของก จการม หน าท จาหน ายป ยด วยตนเองโดยบ นท กลงบนสเปรดช ตในโปรแกรมสาเร จร ป ไมโครซอฟท เอกซ เซล - ล กค าจะแบ งเป น 2 ประเภท ค อ ล กค าประเภทขายปล ก ล กค าท เป นขายส ง ถ าเป นร านจาหน ายป ย ท วไปจะจาหน ายในราคาส ง ส วนล กค าท วไป จาหน ายในราคาขายปล ก
- ระบบจาหน ายส นค า ล กค ารายย อยจะจาหน ายป ยในราคาส งกว าล กค ารายใหญ และม การ ส งเสร มการขายโดยการลดราคาให ก บล กค าท ม ยอดซ อในปร มาณมากของแต ละเด อน - ระบบบ ญช ส นค าและราคาของส นค า เจ าของก จการจะบ นท กรายการขายลงบนสเปรดช ตใน โปรแกรมสาเร จร ปไมโครซอฟท เอกซ เซล ซ งเป นการบ นท กข อม ลเก บไว แต ม ได นามาว เคราะห หาผล ตภ ณฑ ท ขายด ท ส ด ยอดการส งส นค าจากผ แทนจาหน ายเข าร านจานวนมากท ส ด ยอดขาย แต ละช วงเวลา และชน ดส นค าท ขายด ท ส ด 3. การส งผล ตภ ณฑ ป ยเข ามาเก บไว ในคล งส นค า ก ต อเม อม ปร มาณส นค าในคล งส นค าเหล อน อย หร อ คาดการณ ว าไม เพ ยงพอต อการจาหน าย 9
10 10 3.2 แผนผ งความส มพ นธ ของตารางข อม ล (ER Diagram) แผนผ งแสดงความส มพ นธ ของตารางข อม ลประกอบด วย 8 ตาราง ด งแสดงในร ปท 3.2 ร ปท 3.2 ความส มพ นธ ของตารางข อม ล
11 3.3 คาอธ บายตารางท อย ในแผนผ งความส มพ นธ ของข อม ล โครงสร างฐานข อม ลด งตารางท 3.1 ท นามาใช สาหร บนาข อม ลมาสร างเป นคล งข อม ล ตารางท 3.1 โครงสร างของฐานข อม ลและคาอธ บาย ลาด บตารางท ช อตาราง คาอธ บาย 1 Customer รายละเอ ยดของล กค า 2 Product รายละเอ ยดส นค า 3 ProductType ประเภทส นค า 4 Inventory คล งส นค า 5 Invoice ใบเสร จรายการขาย 6 SaleDtl รายละเอ ยดการขาย 7 Seller ผ แทนจาหน าย 8 SellerType ประเภทผ แทนจาหน าย 3.4 การออกแบบและพ ฒนาระบบคล งข อม ล การเก บข อม ลของระบบการขาย จากร านจ าหน ายป ยท เจ าของก จการได จ ดเก บข อม ลการขายลง บนสเปรดช ตในโปรแกรมส าเร จร ปไมโครซอฟท เอกซ เซล มาท าการแปลงข อม ลการขายด วย โปรแกรมออราเค ล ด เวลลอปเปอร เข ามาจ ดเก บเป นระบบฐานข อม ลของออราเค ล และสร าง คล งข อม ลโดยใช โปรแกรม ออราเค ล แวร เฮ าส บ วเดอร 10.2 จ ซ งน าเข าฐานข อม ลจะใช หล กการ ท างานของโมแลป (Multidimensional OLAP: MOLAP) ซ งเป นแบบท เหมาะสมก บข อม ลขนาดเล ก และทางานได รวดเร ว 3.5 แบบจาลองข อม ลแบบดาว โครงสร างแบบดาวเป นโครงสร างประกอบด วยม มมอง 4 ม มมอง ค อ ม มมองของส นค า ม มมองของ ล กค า ม มมองของผ แทนจ าหน าย และม มมองเวลา โดยม ต วช ว ด ด งน ปร มาณจ านวนท ขาย จ านวน ต นท น และปร มาณจานวนเง นขาย ด งแสดงในร ปท 3.3
12 ร ปท 3.3 โครงสร างแบบดาว ร ปท 3.3 โครงสร างข อม ลแบบดาวม ท งหมด 4 ม มมอง ได แก ม มมองล กค า ม มมองผล ตภ ณฑ ม มมอง ผ แทนจาหน ายป ย และม มมองของเวลา 3.6 คาอธ บายรายละเอ ยดของแต ละม มมองและตารางความจร ง ส าหร บข อม ลของคล งข อม ลส าหร บการพ ฒนาคล งข อม ลของการจ าหน ายป ยประกอบด วย 4 ม มมอง ค อ ส นค า ผ แทนจ าหน าย ล กค า และเวลา ด งแสดงตารางท 3.2 และข อม ลรายละเอ ยดของคล งข อม ล ม ม มมองของส นค า ผ แทนจ าหน าย ล กค า เวลา ค าความจร ง และการแมปป ง ด งแสดงในตารางท 3.3 ส าหร บตารางท 3.4-3.7 แสดงข อม ลของระด บในแต ละม มมอง ตามล าด บ ส าหร บตารางท 3.8 ค อ ตารางความจร ง จะแสดงต วช ว ด เพ อนามาว เคราะห จานวนท ขาย ปร มาณท ขาย และต นท นท งหมด ตารางท 3.2 ม มมองของส นค า ผ แทนจาหน าย ล กค า และเวลา ลาด บท ช อม มมอง คาอธ บาย 1 PRODUCT ม มมองของส นค า ได แก ประเภท และขนาดผล ตภ ณฑ ป ย 2 SELLER ม มมองของผ แทนจาหน าย ได แก ประเภทของผ แทนจาหน าย และ ประเภทการชาระเง น 3 CUSTOMER ม มมองของล กค า ซ งล กค าเป นได ท งล กค า และร านค ารายย อย มองระด บ จ งหว ด และอาเภอ 4 TIME ม มมองของเวลา สามารถมองในระด บป เด อน และว น จานวน 2 ป
13 ตารางท 3.3 ข อม ลของคล งข อม ล Object DIMENSION CUBE MAPPING Object Name PRODUCT SELLER CUSTOMER TIMES SALES LOAD_PRODUCT LOAD_SELLER LOAD_CUSTOMER LOAD_TIME LOAD_SALE ตารางท 3.4 ม มมองของผล ตภ ณฑ Dimension Hierarchy/Levels Description TOTAL Total product PRODUCT PRODUCT_TYPE Type of product PRODUCT_SIZE Size of product ตารางท 3.5 ม มมองของผ แทนจาหน าย Dimension Hierarchy/Levels Description TOTAL Total seller SELLER SELLER_TYPE Type of seller SELLER_PAY_TYPE Type of paying ตารางท 3.6 ม มมองของล กค า Dimension Hierarchy/Levels Description TOTAL Total customer CUSTOMER PROVINCE Province name AMPUR Ampur name
14 ตารางท 3.7 ม มมองของเวลา Dimension Properties Value Start Year 2011 Number of years 2 Type Calendar TIME Hierarchy/Levels Description CAL_YEAR Calendar Year CAL_MONTH Calendar Month DAY Day ตารางท 3.8 ตารางความจร ง CUBE SALES DIMENSIONS MEASURES PRODUCT SELLER CUSTOMER TIME TOTALAMOUNT TOTALSALE TOTALCOST 3.7 การพ ฒนาระบบคล งข อม ล ส าหร บการว เคราะห ยอดการจ าหน ายป ย ผ พ ฒนาใช การบร หารจ ดการข อม ลแบบโมแลปเพ อ ใช ว เคราะห ยอดจาหน ายป ย ร ปท 3.4 การจ ดเก บข อม ลแบบโมแลป ร ปท 3.4 แสดงการเก บข อม ลแบบอาร เรย แอนะล ต กส เว ร ค สเปซ (Analytic Workspace) แบบโมแลป
15 3.7.1 ม มมองของส นค า (Product Dimension) 1. ข อม ลของแอททร บ วในม มมองของส นค าประกอบด วย 3 แอททร บ ว ค อ ID NAME และ SRC_ID โดยใช SRC_ID เป นค ย สาหร บอ างอ งไประด บอ น ๆ ได ด งแสดงในร ปท 3.5 ร ปท 3.5 ข อม ลแอตทร บ วในม มมองของส นค า 2. ข อม ลของระด บในม มมองของส นค าม 3 ระด บ ค อ TOTAL PRODUCT_TYPE และ PRODUCT_SIZE และใช PRODUCT_SIZE ค อ ขนาดของบรรจ ภ ณฑ ท ส าหร บการพ จารณา ส นค าท สามารถขายได ร ปท 3.6 ข อม ลของระด บในม มมองของส นค า ร ปท 3.6 แสดงรายละเอ ยดของระด บในม มมองของส นค า ประกอบด วย TOTAL PRODUCT_TYPE และ PRODUCT_SIZE
16 3.7.2 ม มมองของผ แทนจาหน าย (Seller Dimension) 1. ข อม ลของแอททร บ วในม มมองมองผ แทนจ าหน ายซ งม 3 แอททร บ ว ID NAME และSRC_ID โดยม SRC_ID เป นค ย อ างอ งไปย งระด บอ น ๆ ด งแสดงในร ปท 3.7 ร ปท 3.7 ข อม ลแอตทร บ วในม มมองของผ แทนจาหน าย 2. ข อม ลระด บม มมองผ แทนจ าหน ายจะประกอบด วย 3 ระด บ โดยม TOTAL SELLER_TYPE และ SELLER_PAY_TYPE โดยใช SELLER_PAY_TYPE ว เคราะห การจ ายเง นของผ แทนจ าหน าย ด งแสดงในร ปท 3.8 ร ปท 3.8 ข อม ลของระด บในม มมองของผ แทนจาหน าย
17 3.7.3 ม มมองล กค า (Customer Dimension) 1. ข อม ลแอททร บ วในม มมองของล กค า ม 3 แอททร บ ว ID NAME และ SRC_ID โดยม SRC_ID ใช เป นค ย อ างอ งในระด บอ น ๆ ได ด งแสดงในร ปท 3.9 ร ปท 3.9 ข อม ลของแอตทร บ วในม มมองของล กค า 2. ข อม ลระด บของม มมองล กค าจะประกอบด วย ระด บ TOTAL PROVINCE และAMPURโดยใช AMPUR สาหร บการว เคราะห ท อย ของล กค าในการซ อส นค าในอาเภอต าง ๆ ด งแสดงในร ปท 3.10 ร ปท 3.10 ข อม ลของระด บในม มมองล กค า 3.7.4 ม มมองของเวลา (Time Dimension) 1. ข อม ลแอททร บ วในม มมองของเวลาแสดงเวลาเป น ป เด อน และว น เพ อใช ในการว เคราะห ข อม ล ในช วงเวลาต าง ๆ ด งแสดงในร ปท 3.11 ร ปท 3.11 ข อม ลของแอตทร บ วในม มมองของเวลา
18 2. ข อม ลของระด บในม มมองของเวลาสามารถด ข อม ลของเวลาเป น ป เด อน และว น ซ งจะแสดง ข อม ลระด บล างส ด ค อ ว น ด งแสดงในร ปท 3.12 ร ปท 3.12 ข อม ลของระด บในม มมองของเวลา 3.7.5 รายละเอ ยดตารางความจร งของยอดการขาย (Sales Cube) ข อม ลรายละเอ ยดตารางความจร ง ตารางความจร งแสดงข อม ลระด บล างส ดในแต ละม มมองโดยม รายละเอ ยดด งน ม มมองของส นค า ระด บล างส ด ค อ PRODUCT_SIZE ม มมองของผ แทนจ าหน าย ระด บล างส ด ค อ SELLER_PAY_TYPE ม มมองของล กค าในระด บล างส ด ค อ AMPUR และม มมอง ของเวลาระด บล างส ด ค อ DAY ด งแสดงในร ปท 3.13 ร ปท 3.13 ตารางความจร ง และระด บล างส ดของของแต ละม มมอง 3.7.6 รายละเอ ยดของต วช ว ด รายละเอ ยดของต วช ว ดในตารางความจร งม 3 ต วช ว ด ค อ ยอดจ าหน ายส นค าท งหมด ปร มาณส นค าท ส งท งหมด และปร มาณต นท นท งหมดของส นค า โดยท ง 3 ต วช ว ดสามารถอธ บายได ด งน ยอดจ าหน ายส นค าท งหมดจะใช ว ดม ลค าการจ าหน ายส นค าท งหมด ปร มาณส นค าท ส งท งหมดจะใช ว ดจ านวนส นค าท ส งจากผ แทนจ าหน ายท งหมด และปร มาณต นท นท งหมดจะใช ว ดม ลค าของส นค า ท ผ านต วแทนจาหน ายท งหมด โดยม ต วช ว ดเป นผลของการว เคราะห ข อม ลด งแสดงในร ปท 3.14
19 ร ปท 3.14 ต วช ว ดในตารางความจร ง 3.8 โปรแกรมสาหร บนาข อม ลเข าส ระบบคล งข อม ล การนาข อม ลจากซอร สโมด ล (Source Module) ของฐานข อม ลเช งส มพ นธ (Relational Database) โดย ทาการแมปป งตามลาด บด งน 1. การแมปป งข อม ลจากตารางผล ตภ ณฑ (PRODUCT) เข าส ตารางม มมอง PRODUCT และข อม ล ท นาเข า ค อ PRODUCT_TYPE และ PRODUCT_SIZE จากตาราง PRODUCT และ PRODUCT_TYPE ด งแสดงในร ปท 3.15 ร ปท 3.15 การแมปป งข อม ลเข าส ตารางม มมอง PRODUCT 2. การแมปป งข อม ลจากตารางผ แทนจ าหน าย (SELLER) เข าส ตารางม มมอง SELLER และข อม ลท นาเข าค อSELLER_TYPE และSELLER_PAY_TYPE จากตาราง SELLER และ SELLER_TYPE ด งแสดงในร ปท 3.16
20 ร ปท 3.16 การแมปป งข อม ลเข าส ตารางม มมอง SELLER 3. การแมปป งข อม ลจากตารางท อย (Address) เข าส ตารางม มมอง CUSTOMER และข อม ลท จะน าเข า ค อ PROVINCE และ AMPUR จากตาราง CUSTOMER ด งแสดงในร ปท 3.17 ร ปท 3.17 การแมปป งข อม ลเข าส ตารางม มมอง CUSTOMER 4. โปรแกรมน าข อม ลเข าส ระบบคล งข อม ลของตารางความจร งท แสดงข อม ลยอดขายของร าน จาหน ายป ยโดยจะด งข อม ลในตารางจากแหล งข อม ลด งแสดงในร ปท 3.18
21 ร ปท 3.18 การแมปป งข อม ลเข าส ตารางความจร ง SALES 3.9 รายละเอ ยดของโปรเซสโฟลว (Process Flow) และกาหนดการด งข อม ล (Job Scheduler) ของระบบ ร ปท 3.19 โมด ลโปรเซสโฟลว ของระบบคล งส นค า ร ปท 3.19 แสดงการท างานของโมด ลโปรเซสโฟลว โดยการ Mapping ตาราง Customer Product Seller และTime โดยเร มต นท างานและส นส ดพร อมก น โดยการโหลดข อม ลเข า Mapping ของ ตารางความจร ง จนกระท งจบการท างานโดยม ล กษณการจบ 3 ร ปแบบ ค อ END_ERROR END_SUCCESSES และ END_WARNING
22 3.10 คอมพ วเตอร ท ใช พ ฒนาระบบคล งข อม ล ในการพ ฒนาระบบคล งข อม ล ผ พ ฒนาใช เคร องคอมพ วเตอร ท ม ค ณสมบ ต ท สามารถต ดต งโปรแกรม จาลองเคร องคอมพ วเตอร แม ข าย โปรแกรมระบบฐานข อม ลออราเค ล และโปรแกรมระบบคล งข อม ล โดยม ค ณสมบ ต ด งตารางท 3.4 และตารางท 3.5 ตารางท 3.9 คอมพ วเตอร สาหร บการพ ฒนาระบบคล งข อม ล Device Specification Processor Intel Core(TM) 2 Duo T7100 CPU @1.80GHz Memory (RAM) 2 GB on VMware System type 64-bit Operation System Hard disk 20 GB for System Drive ตารางท 3.10 ซอฟต แวร สาหร บการพ ฒนาระบบคล งข อม ล Device Specification VMware VMware Workstation Version 10.0.0 build-1295980 Operating systems Window 8 PRO Database Oracle Database 10g Standard Edition Release 2 Data Warehouse Builder Oracle Warehouse Builder 10g Release 2 (10.2)
23 บทท 4 ผลการพ ฒนา ผลจากการออกแบบและพ ฒนาระบบคล งข อม ลของการจ าหน ายป ย ท าให ผ ใช งานสามารถว เคราะห การขายส นค าในหลายม มมอง ได แก ม มมองของส นค า ม มมองของล กค า ม มมองของผ แทนจ าหน าย และม มมองเวลา ผ ใช งานสามารถน าข อม ลท ได เพ อใช ส าหร บวางแผนการส งเสร มการขาย และช วย สน บสน นการต ดส นใจ โดยใช รายงานต อไปน 4.1 รายงานว เคราะห ส ดส วนยอดจ าหน ายป ยของร านจ าหน ายป ยขนาดกลาง แห งหน งโดยเปร ยบเท ยบระหว างป 2011 และป 2012 ร ปท 4.1 ตารางแสดงส ดส วนการจาหน ายป ยประเภทต าง ๆ เปร ยบเท ยบระหว าง ป 2011 และป 2012 ร ปท 4.2 แผนภ ม แสดงส ดส วนการจาหน ายป ยประเภทต าง ๆ เปร ยบเท ยบระหว างป 2011 ก บ ป 2012
ร ปท 4.1 และร ปท 4.2 แสดงการว เคราะห ยอดจ าหน ายและแผนภ ม ส ดส วนระหว างป 2011 และป 2012 พบว า ยอดจ าหน ายป ยท ส งส ด ค อ ป ยอ นทร ย ชน ดน า เพราะม ราคาถ กกว าป ยเคม เน องจากป ย อ นทร ย ม ต นท นในการผล ตต า และม ค ณสมบ ต ช วยให พ ชม ผลผล ตเพ มข น สะดวกต อการใช งานง าย โดยการผสมก บน า ฉ ดพ นลงบนต นไม และปลอดภ ยต อส ขภาพ อ กท งผ บร โภคม แนวโน มบร โภค ส นค าเกษตรอ นทร ย เพ มข น ทาให เพ มม ลค าของส นค าเกษตร อ นด บท สอง ค อ ป ยอ นทร ย ชน ดเม ด ม ค ณสมบ ต ให พ ชม ผล ตผลเพ มข น ปลอดภ ยต อส ขภาพเช นก น แต การน ามาใช งานย งยากมากกว าป ย ชน ดน า เพราะม น าหน กมาก ท าให เคล อนย ายไม สะดวก จ งไม น ยมมากเท าป ยอ นทร ย ชน ดน า และ อ นด บท สาม ค อ ป ยเคม เกษตรกรม ความน ยมลดลง อ กท งสร างมลภาวะแก ด น และสภาพภ ม อากาศ แต ค ณสมบ ต ของป ยอ นทร ย ช วยให พ ชม ผลผล ตด เฉพาะช วงแรกของการใช เท าน น แต ส งผลเส ยแก ด นในระยะยาว จ งท าให ความน ยมและยอดจ าหน ายใช ป ยเคม ลดลง ส าหร บยอดการจ าหน ายป ย โดยรวม พบว ายอดจาหน ายของป 2012 ม ม ลค าลดลง เม อเท ยบก บป 2011 24
25 25 4.2 รายงานว เคราะห ยอดจาหน ายป ยของร านจาหน ายป ยขนาดกลางแห งหน งตามม มมองของล กค า ม มมองของผ ผล ต และม มมองของเวลา ร ปท 4.3 ตารางแสดงปร มาณยอดการจาหน ายป ยป 2011 แยกตามม มมองของส นค า ผ ผล ตและล กค า ระด บอาเภอ 5 ลาด บแรกท ม ยอดจาหน ายส งส ด
26 26 ร ปท 4.4 แผนภ ม แสดงยอดจ าหน ายป ยระด บอาเภอ 5 อ นด บส งส ดในม มมองของส นค า ผ ผล ต และล กค าป 2011
27 27 ร ปท 4.5 ตารางแสดงปร มาณยอดการจาหน ายป ยป 2012 แยกตามม มมองของส นค า ผ ผล ตและล กค า ระด บอาเภอ 5 ลาด บแรกท ม ยอดจาหน ายส งส ด
28 28 ร ปท 4.6 แผนภ ม แสดงปร มาณยอดจาหน ายป ยระด บอาเภอ 5 อ นด บส งส ดในม มมองของส นค า ผ ผล ต และล กค าป 2012
29 จากร ปท 4.3-ร ปท 4.4 แสดงตารางยอดการจ าหน ายป ยและแผนภ ม ปร ยบเท ยบระหว างป 2011 แยก ตามม มมองของส นค า ม มมองของผ ผล ต และม มมองล กค า โดยใช ท อย ของล กค าในระด บอ าเภอ โดย อธ บายจากร ปท 4.3 และร ปท 4.4 ว า ป 2011 ยอดจ าหน ายท มากท ส ด 5 อ นด บ ได แก อ าเภอจะนะ อ าเภอเช ยงขว ญ อ าเภอหนองฮ และอ าเภอเม องพ งงา โดยท อ าเภอเช ยงขว ญ ม ยอดจ าหน ายหน ายป ย อ นทร ย ชน ดเม ดส งท ส ด อ าเภอท งเขาหลวง ม ยอดจ าหน ายป ยอ นทร ย ชน ดน ามากท ส ด และอ าเภอ จะนะ ม ยอดจ าหน ายป ยเคม ส งท ส ด แต เม อพ จารณาจากร ปท 4.5 และร ปท 4.6 ในป 2012 พบว า ยอด จาหน ายส งส ด 5 อ นด บแรก ได แก อ าเภอท งฝน อ าเภอไชยวาน อ าเภอหนองหาน อ าเภอบ านด ง และ อ าเภอส ค ว โดยอ าเภอท งฝนม ยอดจ าหน ายป ยชน ดเม ดส งท ส ด อ าเภอหนองหาน ม ยอดจ าหน ายป ย อ นทร ย ชน ดน าส งส ด และอ าเภอบ านด ง ม ยอดจ าหน ายป ยเคม ส งท ส ด และถ าพ จารณาขายร าน ต วแทนจ าหน าย ผล ตภ ณฑ ป ย ร านไทยเกษตรจะม ยอดจ าหน ายป ย โดยรวมมากท ส ด โดยป 2011 อ าเภอเช ยงขว ญ ใช ผล ตภ ณฑ ป ยของร านไทยเกษตร อะโกร มากท ส ด และป 2012 อ าเภอท งฝนเป น ผ ใช ผล ตภ ณฑ ป ยของร านไทยเกษตร อะโกรมากท ส ด 4.3 รายงานแสดงม ลค าการส งซ อป ยจากร านผ แทนจาหน ายขนาดกลางแห งหน ง ต นท นยอดการ จาหน ายป ย และผลกาไร เปร ยบเท ยบในม มมองของเวลา ระหว างป 2011 และป 2012 ร ปท 4.7 ตารางแสดงการว เคราะห ต นท น ยอดจาหน าย ผลกาไร และเปอร เซนต ของผลกาไรของร าน จาหน ายป ยขนาดกลางระหว างป 2011 ก บ ป 2012
30 ร ปท 4.8 แผนภ ม แสดงม ลค าการส งป ยจากผ แทนจาหน าย ยอดจาหน าย และผลกาไรป 2011 ร ปท 4.9 แผนภ ม แสดงม ลค าการส งป ยจากผ แทนจาหน าย ยอดจาหน าย และผลกาไรป 2012
จากร ปท 4.7 สามารถน ามาว เคราะห ผล พบว า ในป 2011 เจ าของก จการได ส งป ยจากร านไทยเกษตร อะโกร มากเป นลาด บท 1 เพ อเตร ยมความพร อมส าหร บจ าหน ายตลอดท งป ร านต วแทนจ าหน ายท ส ง ป ยมากเป นอ นด บท 2 ค อ ร าน แพลน เฟอร ต ไลเซอร และร านต วแทนจ าหน ายท ส งป ยเป นอ นด บท 3 ค อ ร านเกษตรกร น และในป 2012 พบว า ร านไทยเกษตร อะโกร ม ยอดส งส นค ามากเป นอ นด บท 1 แต ม ม ลค ายอดการส งท ลดลงจากป 2011 เน องจากร านไทยเกษตร อะโกร เป นร านจ าหน ายป ยเคม ซ ง เกษตรกรม แนวโน มการใช ลดลง ร านท ม ยอดส งส นค ามากเป นอ นด บท 2 ค อ ร านเกษตรกร น และม ยอดส งท ม ปร มาณเพ มข นเม อเท ยบก บป 2011 และม ยอดส งมากกว าร านแพลน เฟอร ต ไลเซอร ซ งม ยอดการส งเป นมากเป นอ นด บท 3 และยอดการส งส นค าย งม ปร มาณน อยกว าป 2011 ส าหร บม ลค า ยอดการส งส นค าโดยรวม พบว า ป 2012 ม ม ลค าลดลงเม อเท ยบก บป 2011 จ งท าให ก าไรจากการขาย โดยรวมม ม ลค าลดลงด งแสดงในร ปท 4.8 และ 4.9 31
32 บทท 5 สร ป/ข อเสนอแนะ ผลจากการออกแบบและพ ฒนาคล งข อม ลเพ อว เคราะห ยอดการจ าหน ายป ยของร านจ าหน ายป ยขนาด กลางแห งหน ง สามารถให ข อสร ปและข อเสนอแนะด งน 5.1 สร ป ในการศ กษาโครงงานระบบคล งข อม ลเพ อว เคราะห ยอดการจ าหน ายป ย ท าให เจ าของก จการสร าง ผลประโยชน ก บธ รก จการจ าหน ายป ยได อย างด โดยใช ข อม ลการว เคราะห การส งซ อ มาวางแผน ในการบร หารจ ดการคล งข อม ลคล งส นค าอย างม ประส ทธ ภาพ ท าให ลดการส ญเส ยโอกาสของการ ท าก าไร เน องจากไม ต องส งส นค ามาเก บไว เป นจ านวนมาก เพราะการเก บส นค าไว เป นจ านวนมาก หมายถ ง ต นท นของเจ าของก จการ ส าหร บการว เคราะห ยอดขายท าให ทราบแนวโน มการใช ว า ป ย ชน ดใดท ล กค าต องม ความต องการใช เพ มข น หร อชน ดใดม ความต องการใช ลดลง ท าให เจ าของ ก จการสามารถเตร ยมการได ตรงก บความต องการของล กค า อ กท งใช ผลการว เคราะห เพ อวางแผนการ กระจายส นค าไปย งอาเภอหร อจ งหว ด และสามารถน าเสนอการขายเพ อขยายตลาดเพ มข น นอกจากน สามารถว เคราะห ต นท น ท าให ทราบถ งผลก าไรประกอบการของก จการท ได ร บในป น น เพ อให เจ าของก จการม โอกาสการขยายก จการ หร อวางแผนปร บกลย ทธ การด าเน นธ รก จตามสถานการณ หร อปร บแผนการตลาดให เหมาะสมในแต ละช วงเวลา สามารถใช ในการคาดการณ ยอดจ าหน วย สาหร บอนาคตได 5.2 ข อเสนอแนะ จากการศ กษาโครงงานผ พ ฒนาม ข อเสนอแนะในการพ ฒนาด งน 1. ควรเพ มข อม ลด านต าง ๆ ของล กค า เพ อน ามาใช ประโยชน เช น รายได ต อคร วเร อน ประเภทของ พ ชท เพาะปล ก เพ อว เคราะห หาแนวโน มการใช ป ย ปร มาณการซ อ 2. ควรเก บรวบรวมข อม ลย อนหล งหลาย ๆ ป เพ อใช ว เคราะห การขายให เก ดความแม นยามากข น 3. ควรเพ มระด บความละเอ ยดของข อม ลในระด บตาบล เพ อให สามารถว เคราะห ถ งความต องการใน แต ละพ นท ช ดเจนข น
33 เอกสารอ างอ ง 1. นร ล กษณ ช วรเวช, 2551, เร องควรร เก ยวก บป ยอ นทร [Online], Available : http://aglib.doa.go.th/lib/images/downloads/2551/eb00008.pdf [18 ธ นวาคม 2556]. 2. Paulraj P., 2010, Data Warehousing Fundamentals for IT Professional, 2 th ed., John Wiley & Sons, Inc., New Jersey, pp. 15-17. 3. Laura L. R., 2009, A Manager s Guide to Data Warehousing, Wiley Publishing, Indianapolis, pp. 363-368. 4. Mohanty, S., 2006, Data Warehousing: Design, Development and Best Practices, Tata McGraw Hill Education Private, New Delhi, pp. 290-292. 5. Golfarelli, M. and Rizzi, S., 2009, Data Warehouse Design Modern Principles and Methodologies, McGraw-Hill, New York, pp. 37-44.
34 ภาคผนวก ก. พจนาน กรมข อม ล ตารางท ก.1 ล กค า (Customer) เก บข อม ลช อและท อย ของล กค า No. Column Data Type Constraints Reference Table Description 1 CustId Number (5) PK รห สล กค า 2 CustTypeId Number (1) รห สประเภทล กค า 1 = ขายปล ก 2 = ขายส ง 3 CustTitle Varchar2 (6) คานาหน าช อ 4 CustName Varchar2 (25) ช อล กค า 5 AddrNo Varchar2 (7) บ านเลขท 6 Moo Varchar2 (2) หม ท 7 Tumbol Varchar2 (20) ตาบล 8 Ampur Varchar2 (20) อาเภอ 9 Province Varchar2 (20) จ งหว ด 10 ZipCode Varchar2 (5) รห สไปรษณ ย 11 Tel Varchar2 (21) หมายเลขโทรศ พท 12 Fax Varchar2 (9) หมายเลขโทรสาร ตารางท ก.2 ประเภทส นค า (ProductType) เก บข อม ลประเภทของส นค า No. Column Data Type Constraints Reference Table Description 1 PtypeId Number (5) PK รห สประเภทส นค า 2 PtypeName Varchar2 (8) ช อประเภทส นค า 0 = ป ยเคม 1 = ป ยอ นทร ย ชน ดน า 2 = ป ยอ นทร ย ชน ด เม ด
35 ตารางท ก.3 ส นค า (Product) เก บข อม ลของส นค า No. Column Data Type Constraints Reference Table Description 1 ProductId Number (5) PK รห สส นค า 2 PtypeId Number (5) FK ProductType รห สประเภทส นค า 3 ProductName Varchar2 (20) ช อส นค า 4 Psize Varchar2 (6) ขนาดบรรจ ภ ณฑ 1 = 50 กก. 2 = 30 กก. 3 = 5 ล ตร ตารางท ก.4 คล งส นค า (Inventory) เก บข อม ลของรายการส นค า No. Column Data Type Constraints Reference Table Description 1 InventId Number (5) PK รห สรายการส นค า 2 SellerId Number (5) FK Seller รห สผ แทนจาหน าย 3 ProductId Number (5) FK Product รห สส นค า 4 PtypeId Number (10) FK ProductType รห สประเภทส นค า 5 Qty Number (5) ปร มาณของส นค า (ถ ง) 6 UnitPrice Number (10,2) ราคาต อหน วย (บาท) ตารางท ก.5 ใบเสร จ (Invoice) เก บข อม ลการขาย No. Column Data Type Constraints Reference Table Description 1 InvId Number (5) PK รห สใบเสร จ 2 CustId Number (5) FK Customer รห สล กค า 3 RecDate Number (8) ว นท บ นท กใบเสร จ YYYYMMDD (B.E.) 4 Discount Number (2) ส วนลดราคาส นค า (เปอร เซนต )
36 ตารางท ก.6 รายละเอ ยดของใบเสร จ (SaleDtl) เก บข อม ลรายละเอ ยดของการขาย No. Column Data Type Constraints Reference Table Description 1 InvDtlId Number (5) PK รห สรายการ รายละเอ ยดใบเสร จ 2 InventId Number (5) FK Inventory รห สรายการส นค า 3 InvId Number (5) FK Invoice รห สใบเสร จ 4 QtySale Number (5) จานวนส นค า (ถ ง) 5 UnitPriceSale Number (4,2) ราคาส นค าต อหน วย (บาท) ตารางท ก.7 ผ แทนจาหน าย (Seller) เก บข อม ลของผ แทนจาหน าย No. Column Data Type Constraints Reference Table Description 1 SellerId Number (5) PK รห สผ แทนจาหน าย 2 SellerTypeId Number (5) FK SellerTtype รห สประเภทผ แทน จาหน าย 3 SellerName Varchar2 (25) ช อผ แทนจาหน าย 4 SellerPayType Varchar2 (6) ประเภทการชาระ เง น 0 = เง นสด 1 = เครด ต
37 ตารางท ก.8 ประเภทผ แทนจ าหน าย (SellerType) เก บข อม ลประเภทของผ แทนจาหน าย No. Column Data Type Constraints Reference Table Description 1 SellerTypeId Number (5) PK รห สประเภทผ แทน จาหน าย 2 SellerType Varchar2 (20) ช อประเภทผ แทน จาหน าย 1 = ผ แทนจาหน าย ป ยเคม 2 = ผ แทนจาหน ายป ย อ นทร ย ชน ดน า 3 = ผ แทนจาหน ายป ย อ นทร ย ชน ดเม ด
38 ประว ต ผ จ ดทา ช อ-สก ล นายเด มพ นธ แพแสง ว น เด อน ป เก ด 15 ม ถ นายน 2518 ประว ต การศ กษา ระด บม ธยมศ กษา ระด บปร ญญาตร ระด บปร ญญาโท ม ธยมศ กษาตอนปลาย โรงเร ยน ภ.ป.ร. ราชว ทยาล ยในพระบรมราช ปถ มภ พ.ศ. 2535 ว ทยาศาสตรบ ณฑ ต สาขาว ชาสถ ต ประย กต มหาว ทยาล ยราชภ ฏจ นทรเกษม พ.ศ. 2539 ว ทยาศาสตรมหาบ ณฑ ต สาขาว ชาเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย พระจอมเกล าธนบ ร พ.ศ. 2556 ประว ต การทางาน งานสน บสน นการสอน หน วยงานว ทยสนเทศ โรงเร ยนอ สส มช ญสม ทรปราการ พ.ศ. 2541-ป จจ บ น